คนไทยถูกหลอกมาขายแรงงานที่เกาหลี!!~
posted on 08 Nov 2007 09:51 by yuri-momo
อ่า...กลับมาแล้ว.....ที่หายไปเพราะไม่สบายนิดหน่อย T^T
อาการเดิมๆ ภูมิแพ้(อากาศเย็น) o_O~
อุณภูมิอากาศลดต่ำลงทีไร อาการภูมิแพ้ก็มาเยือนทุกที เหอๆ
เวลาที่อากาศมันแห้งๆ โมชอบหายใจไม่ออก
ส่วนวันที่อากาศร้อนๆ อยู่ดีๆก็อาจเป็นหอบขึ้นมาได้ - -
T^T T^T T^T ........
วันนี้อาจจะอัพยาวหน่อย แต่อยากให้อ่านให้จบนะคะ...
ที่เคยได้บอกไว้ว่าจะพูดถึงเรื่องคนไทยที่ถูกหลอกมาขายแรงงานในเกาหลี
วันนี้จะมาแถลงไขให้ฟังจนหมดเปลือกเลยนะคะ ^^
โมได้เคยมีโอกาสคุยกับพี่คนนึง ...
ไม่รู้จักกันมาก่อน ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่เพื่อน
แต่พี่เค้าเป็นคนไทยที่ถูกหลอกมาขายแรงงานในเกาหลี..
เรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อนเอง
วันนั้นโมเลิกเรียนที่โรงเรียนเสร็จ ก็ต้องมีไปเรียนที่ฮักวอนต่อตอนค่ำ
แล้วทีนี้ตอนลงจากรถเมล์ กำลังเดินผ่านสวนสาธารณะใกล้ๆกับที่เรียน
ก็เจอผู้หญิงคนนึง เหมือนจะเดินร้องไห้ๆมาทางโมกับเพื่อน
ตอนนั้นโมยังพูดกับเพื่อนอยู่เลยว่า สงสัยอกหักมาแหงๆ
แล้วแบบเค้าก็เดินตรงเข้ามาที่พวกโม แล้วก็พูดเป็นภาษาอังกฤษว่าขอยืมโทรศัพท์หน่อย
แต่แต่เค้าพูดกับเพื่อนโมนะ แล้วเพื่อนโมก็หันมามองหน้าโม แบบเป็นเชิงถามว่า เอาไงดีวะแก??
ตอนนั้นโมก็คิดในใจว่า เห้ยยย หรือว่าเค้าจะเป็นมิจฉาชีพ?
คือพี่โมเคยเจอแบบนี้ตอนอยู่ไทย แบบเป็นผู้หญิงแต่งตัวดีๆแล้วมาขอยืมมือถืออ่ะ
แล้วพี่โมอ่ะนะ มันก็นะ เห็นเป็นผู้หญิง ก็เลยให้ยืมไป
ทีนี้พอเค้าเอาไปได้ เค้าก็กดโทรหาใครสักคนเนี่ยแหละ แล้วก็มีมอไซค์ขับมา แล้วก็รับเค้าขึ้นรถหนีไปเลย
ส่วนพี่โม มันก็ยืนอึ้งอยู่สักพัก....แล้วก็รีบโทรหาศูนย์ดีแทคทันที -*-
อ่ะๆ มาต่อเรื่องนี้นะคะ...
แล้วเพื่อนก็ถามเค้าเป็นเกาหลีว่า จะโทรหาใครคะ
แต่เค้าฟังไม่รู้เรื่อง แล้วก็บอกว่า ฉันไม่เข้าใจ เป็นอังกฤษ
ทีนี้ เพื่อนโมเลยหันมาถามโมว่า จะเอาไงดี จะให้ดีมั้ย
โมก็เลยหันไปถามเค้าเป็นอังกฤษว่า จะโทรไปหาใคร
แล้วคือตอนนั้นที่โมมองหน้าเค้า โมก็แอบคิดๆอยู่ว่าคนไทยรึเปล่า? เพราะหน้าเหมือนคนไทย
ทีนี้ เค้าก็พูดประมาณว่า เค้าหลงทาง จะโทรไปหาพี่สาวให้มารับ
แล้วพอดีโมเหลือบไปเห็นเค้าใส่ริสต์แบนด์ เรารักพระเจ้าอยู่หัว
ก็เลยแน่ใจเลยว่าคนไทยแน่ๆ เลยถามไปเลยว่า คนไทยใช่มั้ยคะ
แล้วคือเชื่อมั้ย พอโมพูดจบ เค้าแบบทำหน้าตกใจปนดีใจสุดๆอ่ะ
แล้วเค้าก็บอกว่า ใช่ๆๆ เค้าเป็นคนไทย โมก็คนไทยเหรอ ให้ช่วยเค้าด้วย เค้าไม่มีเงินเลย จะโทรหาใครก็ไม่ได้
โมก็เลยถามว่าเค้าจะโทรไปที่ไหน ไทยเหรอ?
เค้าก็บอกว่าเปล่า โทรไปหาคนรู้จักในเกาหลีเนี่ยแหละ โมเลยให้เค้ายืมมือถือ
แล้วเพื่อนโม มันก็คงจะงงๆ ก็เลยหันมาทำหน้างงๆใส่
โมก็เลยบอกไปว่าเค้าเป็นคนไทย ตอนนี้เหมือนกำลังลำบาก
เพื่อนโมก็เลยถามว่าแล้วจะไปเรียนรึป่าว? -*-
ซึ่ง โมก็เข้าใจว่าตอนนั้นมันอีก 5 นาที จะเรียนแล้ว
แต่แบบเข้าใจอารมณ์มั้ย ว่าถ้าคุณเป็นโม แล้วเจอสถานการณ์แบบนี้ คงไม่มีอารมณ์มานั่งคิดเรื่องเรียนแล้ว
อีกอย่าง ดูเหมือนพี่คนนั้นเค้าก็กำลังเดือนร้อน แล้วก็เป็นคนไทยด้วย ก็ต้องช่วย
โมก็เลยบอกเพื่อนว่าให้เพื่อนไปเรียนก่อน เดี๋ยวตามไป
เพื่อนโมมันก็แบบ โอเคๆ งั้นมันไปนะ...เอ่ออ คือโมก็เข้าใจเพื่อนนะ
เดี๋ยวก็ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยแล้ว
เค้าก็ต้องพยายามตักตวงวิชาความรู้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
แล้วอีกอย่าง คนนี้มันใฝ่ฝันอยากเข้า ม.โซล มากๆ เพราะเป็นม.ที่ดีที่สุดในเกาหลี
ก็เลยพยายามเข้าใจเค้า ไม่ใช่ว่าเค้าจะไม่มีน้ำใจหรอกเนอะ? รึเปล่า? อืม....ก็คงใช่แหละมั้ง - -
มาต่อกันที่พี่คนไทยคนนั้น....
โมก็ได้ยินเค้าคุยๆกับคนในมือถือ ประมาณว่าตอนนี้เค้าไม่มีที่อยู่แล้ว ไม่มีเงิน เค้าคิดถึงแม่ อยากกลับไทย
แล้วสักพักเค้าก็วางไป แล้วก็บอกขอบคุณโม
แล้วเค้าก็ขอเงินจะขึ้นรถกลับไปที่ซูวอน คือพี่เค้านั่งรถจากซูวอนมาที่โซล...ไม่รู้นั่งมาได้ไง
แล้วคือตอนนั้นโมเหลือเงินไม่เยอะอ่ะ ไม่พอค่ารถให้พี่เค้านั่งข้ามเมืองแน่ๆ
ตอนแรกโมก็กะจะไปขอยิมเงินจากเพื่อนก่อน แต่คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า
ก็เลยโทรไปขอความช่วยเหลือจากโอปะ - -
เพราะตรงนั้นมันใกล้กับหอสมุดที่โอปะอ่านหนังสืออยู่พอดี
แล้วระหว่างรอโอปะเอาเงินมาให้ ก็เลยได้คุยกับพี่เค้า
เค้าชื่อพี่ไหม ยังเรียนป.ตรีอยู่เลย อยู่ปี4 ใกล้จบแล้ว
แล้วที่เค้ามาเกาหลี ก็เพราะว่ากะจะมาเที่ยว มาทำงาน เก็บเงิน แล้วก็ต่อโทที่นี่
ตอนแรกเค้าแค่คิดจะมาเที่ยวเฉยๆ เพราะชอบเกาหลีอยู่แล้ว
แล้วก็เคยเรียนภาษาเกาหลีมาบ้างที่ไทย แต่พูดไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเรียนไป 2 คอร์ส
ทีนี้ พอดีช่วงปี4 มันจะมีให้ฝึกงาน เค้าก็เลยไปหาๆจากเนต
แล้วก็เจองานที่เกาหลีเนี่ยแหละ เค้าก็เลยโทรไปคุยรายละเอียด
แล้วคนที่เป็นนายหน้าก็บอกประมาณว่าจะมีงานหลายตำแหน่งให้ลองทำดู
มีทั้งในสวนสนุก ตามร้านคอฟฟี่ช็อป ตามร้านอาหาร อะไรประมาณนี้
คือจะรู้ว่าได้ทำงานอะไรก็ตอนที่เครื่องมาลงที่อินชอนแล้ว
แล้วพี่เค้าก็เล่าๆต่อไปว่าตอนแรกที่บ้านก็ไม่ให้มา เพราะกลัวถูกหลอก
แต่คือพี่ไหมเค้ามั่นใจมากว่าจะไม่ถูกหลอกแน่ๆ เพราะในสัญญามันให้มาทำงานเดือนนึง
ก็คือตอนช่วงปิดเทอมตุลาที่ไทยพอดีใช่ป่ะคะ พี่เค้าก็เลยสนใจมากๆ
ได้ทั้งทำงาน ได้ทั้งเที่ยว เก็บเงิน แถมยังอาจมีโอกาสกลับมาทำงานต่อหลังเรียนจบก็ได้
ทีนี้เค้าก็เลยตัดสินใจมา...
แล้วนายหน้าเค้าก็บอกว่าให้ออกแค่ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโครงการ กับเงินพ็อกเก็ตมันนี่ของตัวเองเท่านั้น
ส่วนเรื่องที่พัก อาหาร ไม่ต้องห่วง เพราะทางนายจ้างที่เกาหลีจะจัดการให้
เห็นพี่ไหมเค้าเล่าว่ามีคนมาไอ่โครงการนี้ประมาณเกือบสิบคน
พอเครื่องลงที่อินชอนปุ๊ป เค้าก็ถูกแบ่งกันเลย ว่าจะให้ใครไปที่ไหนต่อ
พี่ไหมเค้าถูกส่งมาที่ซูวอน...คนเดียว!
คือมาทำงานโรงงาน ทำหน้ากากมือถือหรืออะไรสักอย่างเนี่ยแหละ
แล้วถูกใช้งานหนักมาก เงินก็ไม่ได้ ที่อยู่ก็ไม่มีให้ อาหารมีให้แค่มื้อเที่ยง
พี่เค้าต้องไปขออาศัยอยู่กับเพื่อนที่โรงงานคนอื่นๆ
แล้วเห็นพี่ไหมเล่าว่าที่โรงงานนั่นก็มีคนไทยทำอยู่ด้วยนะ
แต่แบบ...เค้ารู้สึกแย่กับการกระทำของคนไทยพวกนั้นมาก
คือไอ่ประโยคที่บอกว่า คนไทยมีน้ำใจ ....ลืมไปได้เลยค่ะ
เปลี่ยนเป็นคนไทย(บางกลุ่ม)เห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ ขี้ขโมย บลาๆๆๆ...ได้เลย -*-
แบบพี่เค้าถูกเพื่อนคนไทยในโรงงานนั้นแหละขโมยเงิน แล้วก็หนีหายไปเลย
แถมแบบเจอพวกแรงงานชายไทยหื่นๆ ที่ไม่ได้หวังดีกับพี่เค้าจริงๆแทบทุกคน
แล้วก็แร้งน้ำใจกันมากๆ พวกคนงานผญไทย ก็ไม่ให้ที่อยู่ บอกว่าห้องเต็มแล้ว
ขอยืมนู่นยืมนี่ก็ไม่ให้ เหมือนว่าทุกคนอยู่กันอย่าง ขอตัวกูรอด อย่างเดียวจริงๆ -*-
อันนี้โมก็ไม่ได้รู้รายละเอียดลึกมาก แต่เท่าที่พี่เค้าเล่ามันก็ประมาณนี้
บางที อาจมีคนไทยดีๆอยู่ด้วยก็ได้ เพียงแต่พี่เค้าอาจไม่เจอ...
มาต่อเรื่องงานนะคะ คือพี่เค้าไม่ได้รับเงินเดือนเลย
คือตอนแรกนายหน้าจัดหางานเค้าบอกว่าจะได้เป็นรายวัน
แต่พอเอาเข้าจริงๆ นายจ้างเค้าบอกว่าต้องทำให้ครบเดือนนึงถึงจะได้
แล้วแบบนายก็พูดภาษาเกาหลี พี่เค้าก็ฟังไม่รู้เรื่อง ต้องให้เพื่อนคนอื่นช่วยแปล
แต่คือสรุป นายจ้างเค้าจะไม่จ่ายเงิน ยกเว้นจะทำครบเดือน
แต่คือเพื่อนพี่ไหมที่ไม่ใช่คนไทย เค้าก็บอกว่าให้ออกเถอะ นายจ้างไม่จ่ายเงินแน่ๆอ่ะ
แบบเค้าเจอมาแล้ว จนตอนนี้จะสองเดือนแล้วยังไม่ได้เงินเดือนเลย
กะจะลาออกอยู่เหมือนกัน ก็เลยชวนพี่ไหมลาออกด้วย
แต่พี่ไหมเค้าไม่ลาออก เพราะเพิ่งมาทำไม่ถึงอาทิตย์ ก็เลยอยู่ต่อ
ระหว่างนั้นก็พยายามเจรจากับนายจ้างเรื่องค่าแรงเป็นรายวันอยู่ แต่สรุปก็คือไม่ได้
คิดดูนะคะ ทำงานให้เค้า เพื่อแลกกับข้าวเที่ยง ที่อยู่ก็ไม่มีให้ มื้อเช้า เย็น ก็ต้องหาเอง
แล้วดันมาโดนเพื่อนคนไทยขโมยเงินหนีไปอีก...
จะอยู่ยังไงล่ะคะในเกาหลีเนี่ยยย??? มันอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ!!
พี่เค้าก็เลยพยายามติดต่อกลับไปทางบ้าน
แล้วโชคดีมากๆที่ญาติเค้าแต่งงานอยู่ที่นี่ ก็เลยจะไปพักอยู่กับญาติ แล้วค่อยคิดว่าจะเอาไงต่อดี
แต่คือญาติของพี่เค้าอยู่กวางจู โมก็ไม่รู้ว่าเค้านัดกันที่ไหนยังไง
แต่ที่งงคือพี่ไหมเค้านั่งรถยังไงมาโผล่ที่โซล? มันไม่ใช่ทางไปกวางจูเลยนะคะ เหอๆๆ
แล้วที่พี่เค้าโทรหาญาติล่าสุด สรุปก็คือให้เจอกันที่ซูวอนนั่นแหละ
ก็ต้องหาทางนั่งรถกลับไปซูวอนอีก แต่โมก็ไม่เข้าใจอยู่ดี จากกวางจูมาซูวอนมันก็ไม่ใช่ใกล้ๆ -*-
ทำไมไม่หาทางนัดอย่างอื่น หรือหาทางอื่นที่จะมาเจอกันได้สะดวกกว่านี้
ตอนแรกโมก็ถามว่าทำไมไม่ไปสถานีตำรวจ ไปแจ้งความเลย ให้ตำรวจพาส่งบ้านญาติก็ได้
แต่พี่ไหมบอกว่าไม่ได้ เพราะแค่เข้ามาทำงานเถื่อนก็ผิดแล้วอ่ะ... เออเนอะ มันก็จริง
ก็เลยต้องเอาตามนั้น....
สักพักโอปะก็มา ก็ให้เงินค่ารถกับเงินติดตัวพี่เค้าไป
แล้วก็พาไปส่งขึ้นรถ....
ตอนจะจากกัน พี่เค้าก็ร้องไห้อีก แล้วก็บอกขอบคุณๆๆ เค้าดีใจมากๆที่เจอคนไทยที่ดีๆ (แอบปลื้ม แหะๆ)
คือเค้าคิดว่าเค้าจะหนาวตายอยู่ที่นี้ซะแล้วอ่ะ เพราะหลงทาง เงินก็ไม่มี ที่อยู่ก็ไม่มี หิวก็หิว ติดต่อใครก็ไม่ได้
โชคดีมากๆ แล้วโมก็ดีใจสุดๆที่ได้ช่วยเค้า แถมยังได้ฟังเรื่องราวที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้ขนาดนี้มาก่อน
ขอบคุณริสต์แบนด์อันนั้นเนอะ ที่ทำให้โมรู้ว่าเค้าเป็นคนไทย
ถ้าไม่เห็นริสต์แบนด์ โมอาจเดินจากพี่เค้าไปเลยก็ได้ ก็เดี๋ยวนี้อันตรายมันมีทุกรูปแบบนี่เนอะ
เห้ออออออออ....เนี่ยแหละนะ ประสบการณ์จริงของชีวิต
ได้ฟังพี่เค้าเล่า โมก็ได้คิดเยอะเลยอ่ะ
ชีวิตคนเรามันไม่ได้หยุดที่ความสบาย ณ ปัจจุบัน
เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง เราจะต้องไปเผชิญกับอะไรบ้าง
จะลำบากมากแค่ไหน หรือจะสบายกว่าตอนนี้? ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ
แล้วคนเรา จะหาที่ไว้ใจได้มันไม่ใช่หาง่ายๆ
ยิ่งคนไม่รู้จัก อย่าไว้ใจเด็ดขาด
ไม่ได้บอกให้ตั้งแง่ระแวงใครขนาดนั้น แต่ก็ต้องเซฟตัวเองด้วย
แต่เอาจริงๆนะ ใครจะไปรู้ล่ะเนอะว่ามาทำงานที่เกาหลีมันจะลำบากขนาดนี้
เค้าก็คิดว่ามันได้เที่ยวไป ทำงานไป เก็บเงินไป เดี๋ยวก็สบายแล้ว
แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่เลยค่ะ
ทุกสังคมยังมีด้านมืดที่เราไม่รู้อีกเยอะให้ต้องเรียนรุ้และทำความเข้าใจกับมัน
บางสังคมที่ดูเหมือนจะสวยงาม แต่ความน่ากลัวมันก็มีแฝงไว้ในทุกๆที่
อันนี้ไม่ได้สอนให้เรากลัวมัน แต่สอนให้เราเผชิญหน้ากับมันอย่างถูกวิธี
เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่รอดในสังคมได้...
เห้อ...ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่ไหมเค้าจะเป็นยังไงมั่ง
โมไม่ได้ขอเบอร์ เพราะพี่เค้าไม่มี ไม่ได้ขอเมล์ เพราะลืม - -
บางทีอาจจะไม่ได้เจอพี่เค้าอีกแล้วก็ได้
แต่ก็ขอให้พี่ไหมได้เจอญาตินะคะ แล้วก็ขอให้ปลอดภัยด้วยค่ะ
ทางที่ดีขอให้เดินทางกลับไทยโดยสวัสดิภาพ
กลับไปเรียนต่อให้จบ แล้วก็หางานดีๆทำที่ไทยก็ได้นี่เนอะ
..........
ต้องไปแล้วค่ะ
นี่วันนี้โดดเรียนอยู่บ้านนะคะเนี่ย
รู้สึกยังไม่สบายไม่หาย เหอๆ
แต่ดีขึ้นเยอะแล้ววววววววววว~
................................
หน้าหนาวแล้ว ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
กร๊ากก ล้อเล่นค่า เป็นคนไทยมีอะไรช่วยได้บ้างก็ต้องช่วย ๆ กันไป
โอปะเท่ระเบิด คราวหน้าขออีเมลล์+รูปถ่าย&สัดส่วนด้วยค่ะ ก้ากกกกกกก
#1 By songsage on 2007-11-08 11:54